"นักปฏิบัติต้องเด็ดเดี่ยวกล้าหาญที่สุด จึงจะรู้ธรรมเห็นธรรม"
ในการสนทนา ไม่ว่าจะสนทนาปราศรัยอะไร ท่านจะไม่พูดห่างออกจาก "สัลเลขธรรม 10 ประการ" เลย คือ

คำสอนที่ท่านมักกล่าวสอนลูกศิษย์อยู่ตลอดเวลาคือการภาวนา ให้ภาวนา "พุทโธ" ไปพร้อมกับลมหายใจเข้าออก กำหนดจิตให้เป็นสมาธิ แล้วพิจารณาให้เห็นธรรมชาติตามความเป็นจริงของทุกสิ่งว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ควรยึดมั่น พระอาจารย์มั่นเน้นย้ำให้ทุกคนทำอยู่ตลอดทุกขณะห้วงยามของชีวิต เป็นวิธีการที่จะทำให้เราพ้นทุกข์ได้
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หรือ พระครูวินัยธรมั่น ภูริทตฺโต เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2436 ชื่อ นายมั่น แก่นแก้ว เป็นพระภิกษุฝ่ายวิปัสสนาธุระ สายธรรมยุต ชาวไทย ท่านเป็นพระป่าผู้เป็นที่รู้จักและเป็นพระอาจารย์คนสำคัญของหลายสำนักการปฏิบัติธรรม หลวงปู่มั่นไม่เคยถือสมณศักดิ์หรือสมบัติใดๆ นอกจากในพุทธบัญญัติไว้ และเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าท่านเป็นพระแท้ผู้ควรค่าแก่การยึดเป็นแบบอย่างที่แท้จริง
เมื่อท่านอายุได้ ๑๕ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรในสำนักวัดบ้านคำบง บวชแล้วได้ศึกษาความรู้ทางพระศาสนา มีสวดมนต์และสูตรต่าง ๆ ในสำนักบรรพชาจารย์ จดจำได้รวดเร็ว
เมื่ออายุได้ ๑๗ ปี บิดาขอร้องให้ลาสิกขาเพื่อช่วยการงานทางบ้าน ท่านก็ได้ลาสิกขาออกไปช่วยการงานของบิดามารดาเต็มความสามารถ ท่านเล่าว่า เมื่อลาสิกขาไปแล้วยังคิดที่จะบวชอีกอยู่เสมอไม่ลืมเลย คงเป็นเพราะมีอุปนิสัยในทางบวชมาแต่ก่อนอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง เพราะติดใจในคำสั่งของยายว่า "เจ้าต้องบวชให้ยาย เพราะยายก็ได้เลี้ยงเจ้ายาก"
เมื่ออายุได้ 23 ปี ท่านเข้าบวชที่วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี ฝึกปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล จากนั้นหลวงปู่มั่นก็นิยมออกธุดงค์ตลอดเวลา เชื่อกันว่าท่านได้บรรลุธรรมอย่างเด็ดขาดในการธุดงค์ และยกย่องกันว่าท่านเป็นผู้ที่เป็นเลิศในการธุดงค์
ประมาณปี 2450 - 2453 ท่านได้จาริกไปทางจังหวัดลพบุรี ไปพักอยู่ที่เขาพระงามบ้าง ถ้ำสิงโตบ้าง ต่อมา ท่านได้ไปพักอยู่ที่ถ้ำสาริกา ที่นั่นท่านได้ตระหนักว่าตนเคยปรารถนาพุทธภูมิ (เคยตั้งจิตจะเป็นพระพุทธเจ้าในชาติก่อนๆ) ท่านจึงได้ถอนความปรารถนานั้นเสีย
ต่อมาท่านขึ้นไปที่ภาคเหนือจำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร 1 พรรษาได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง (เวลานี้จึงเป็นพระครูวินัยธร และพระอุปัชฌาย์) ท่านได้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้หลวงตาปลัดเกตุ เพียงรูปเดียวเท่านั้นเพราะความเกรงใจผู้นิมนต์ซึ่งกำลังป่วยหนัก ต่อมาท่านจึงได้สละตำแหน่งเพราะเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติ ท่านจึงหนีธุดงค์เข้าป่า หลวงปู่มั่นอาศัยอยู่ตามดอยมูเซอ ถ้ำเชียงดาว ถ้ำพวง ฯลฯ แล้วออกไปพำนักตามที่วิเวกต่างๆ ในเขตภาคเหนือหลายแห่ง เพื่อสงเคราะห์สาธุชนในที่นั้นๆ นานถึง 11 ปี
ในปี พ.ศ. 2478 ท่านบรรลุธรรมชั้นสูงสุดที่ ถ้ำดอกคำ ต.น้ำแพร่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ จากนั้นท่านได้ธุดงค์ไปยังดอยนะโม ใกล้ดอยแม่ปั๋ง ท่านได้พูดกับลูกศิษย์คือ หลวงปู่ขาว อนาลโย ว่า "ผมหมดงานที่จะทำแล้ว...”
ใน 5-7 พรรษาสุดท้ายของชีวิต ท่านจำพรรษาที่วัดป่าบ้านหนองผือ เวลานั้นจึงเป็นเวลาที่ได้สอนศิษย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาภายหลังศิษย์ของท่านเหล่านั้นได้กลายเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้พระพุทธศาสนาเถรวาทสายพระป่าแผ่ไปไกลในวงกว้าง จนทำให้ได้รับสมัญญานามจากบรรดาศิษย์ทั้งหลายว่า "พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน" ผู้สมควรเอาเป็นแบบอย่างทุกประการ
พ.ศ. 2413
นายมั่น แก่นแก้ว เกิด
พ.ศ. 2436
บวชในธรรมยุตินิกายที่วัดเลียบ จ.อุบลราชธานี ได้ฉายา “ภูริทฺตโต” ได้ฝึกปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล
พ.ศ. 2450 - 2453
ได้ธุดงค์ไปในแถบภาคกลาง ที่ถ้ำสาริกา เขาใหญ่ นครนายก ถ้ำไผ่ขวาง เขาพระงาม และถ้ำสิงห์โต ลพบุรี
พ.ศ. 2459
ได้จำพรรษาร่วมกับพระอาจารย์เสาร์ และปฏิบัติอาจาริยวัตรดูแลท่านพระอาจารย์เสาร์เหมือนพระบวชใหม่
พ.ศ. 2470
ได้เดินทางไปแสดงธรรมโปรดโยมมารดาที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แล้วมอบหน้าที่การสั่งสอนกรรมฐานแก่พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม จากนั้นก็ปลีกตัวไปทางภาคเหนือ
พ.ศ. 2488 - 2492
ใช่ช่วงเวลา 5 พรรษาสุดท้ายพักที่ วัดป่าบ้านหนองผือ จ.สกลนคร อบรมสั่งสอนศิษย์ ส่งอิทธิพลต่อครูบาอาจารย์ผู้สอนธรรมะอย่างมาก ละสังขารที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2492 สิริรวมอายุ 80 ปี พรรษา 56
"ธรรมสำหรับคนชั่วนั้นไม่มีความหมายใดๆ เหมือนเทน้ำใส่หลังหมา มันสลัดออกเกลี้ยงไม่มีเหลือ"
"คิดอย่างไร เชื่ออย่างนั้น
เชื่ออย่างไร ทำอย่างนั้น
ทำอย่างไร นิสัยอย่างนั้น
นิสัยอย่างไร สันดานอย่างนั้น
สันดานอย่างไร ได้รับชะตากรรมอย่างนั้น"
หลวงปู่มั่นเป็นพระอาจารย์ของภิกษุผู้ประพฤติชอบและเป็นอาจารย์สอนธรรมจำนวนมาก อาทิ


หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต คติธรรมและโอวาทหลวงปู่
สุภัทร์ อักษราชัยพฤกษ์